Bangkok Marathon

เกี่ยวกับ กรุงเทพมาราธอน

"กรุงเทพมาราธอน" (Bangkok Marathon) คือการจัดงานแข่งขันวิ่งมาราธอนประเพณีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เริ่มมานับตั้งแต่ปี 2531 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน โดยได้กำหนดวันอาทิตย์สัปดาห์ที่ 3 ของเดือนพฤศจิกายน เป็นวันจัดงานในทุกรอบปี จึงกำหนดให้เรียกว่า "กรุงเทพมาราธอน" มีบริเวณจัดงาน (จุดเริ่มต้นและสิ้นสุดการแข่งขัน) อยู่ที่บนถนนสนามไชย ด้านหน้าพระบรมมหาราชวังและวัดพระแก้วหรือหน้ากระทรวงกลาโหม มีการปิดการจราจรในบริเวณดังกล่าวในวันจัดงาน กล่าวได้ว่าเป็นบริเวณจัดงานที่มีสถานที่แวดล้อมอลังการสง่างามที่สุด

ทำไมเขาจึงนิยมวิ่งมาราธอน?

การวิ่งมาราธอนเป็นการวิ่งระยะยาว 42.195 กิโลเมตร (26 ไมล์ 385 หลา) เป็นกรีฑาแข่งขันชนิดที่โดดเด่นประเภทหนึ่งของโอลิมปิคเกมส์ และเกมส์กีฬาสำคัญต่างๆ แม้การวิ่งมาราธอนจะเป็นสิ่งที่หนักเกินไปสำหรับคนส่วนใหญ่แต่ก็ดูเหมือนจะเป็นเป้าหมายที่ท้าทายให้นักวิ่งสมัครเล่นทั่วไปตั้งใจจะพิชิตเพื่อเป็นเกียรติประวัติของชีวิต ประการสำคัญประโยชน์ที่สำคัญจะอยู่กับตนเองก็ตรงที่ขณะที่มีการเตรียมการฝึกซ้อมผลจากความมานะอุตสาหะ โดยการวิ่งอย่างสม่ำเสมอจนเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตในแต่ละวัน เช่น ฝึกซ้อมวิ่ง วันละ 5-10-15 กิโลเมตร หรือ 30-50 กิโลเมตรต่อสัปดาห์นั้น แน่นอนในที่สุดอานิสงส์จากข้อปฏิบัติดังกล่าว ร่างกายของคุณจะแข็งแกร่ง สุขภาพกาย สุขภาพจิตบริบูรณ์อย่างเยี่ยมยอดการวิ่งดูเป็นเรื่องธรรมดาที่มนุษย์เกิดมาต้องวิ่งเพียงแต่เราเกิดมาแล้วหยุดวิ่งมาเกือบตลอดชีวิต บางคนถึงกับเป็นง่อยเปลี้ยสุขภาพเสีย ใช้แต่เครื่องทุ่นแรง ต้องมาฝึกวิ่งกันใหม่ในชีวิตบั้นปลาย แต่รับรองได้เลยว่า “ถ้าคุณเดินได้ คุณก็จะวิ่งได้” หากคุณเริ่มเสียตั้งแต่บัดนี้ และสักวันหนึ่งข้างหน้าบันไดที่คุณจะก้าวไปสู่สนามวิ่งระดับมาราธอนนั้นไม่ใช่เรื่องที่เกินฝัน ข้อสำคัญมันอยู่ที่ใจคุณมีเท่าไหร่ เช่นในปีนี้คุณอาจวิ่งได้ในระยะ 5 กิโลเมตร ปีถัดไป 10 กิโลเมตร และจะสามารถก้าวไกลต่อๆไปได้อย่างราบรื่นจนถึงที่สุดที่คุณจะเอาชนะได้ด้วยตัวคุณเอง การวิ่งเป็นศาสตร์อย่างหนึ่งที่ทุกคนจะได้เรียนรู้เพื่อนำพาไปสู่การวิ่งที่มีประสิทธิภาพหรือเป้าหมายที่วางไว้ เพราะการวิ่งมิใช่เพียงแต่การสาวเท้าก้าวไปข้างหน้าเพียงอย่างเดียว มีสิ่งประกอบมากมายที่จะต้องรู้ว่า ทำอย่างไรจะวิ่งได้อย่างมีความสุข วิ่งได้นานๆ วิ่งได้ไกลๆ และวิ่งได้สุขภาพพลานามัย

 

การวิ่งมาราธอนประเพณีมีด้วยหรือ ?

ถึงแม้ว่าการแข่งขันวิ่งมาราธอนจะเกิดขึ้นในโอลิมปิคเกมส์ ครั้งแรกที่เอเธนส์ เมื่อปี 1896 ผู้มีสิทธิได้เข้าแข่งขันก็จะมีแต่นักกรีฑาที่ได้รับการคัดเลือกและเป็นทีมชาติของแต่ละชาติเท่านั้น แต่ที่เมืองบอสตัน-สหรัฐอเมริกา ก็ได้เริ่มเปิดศักราชการวิ่งมาราธอนเช่นเดียวกันแตกต่างกันก็ตรงที่ว่าเป็นสนามแข่งขันที่เปิดโอกาสให้ประชาชนผู้สนใจเข้าร่วมแข่งได้อย่างเสรีตราบจนทุกวันนี้ บอสตันมาราธอนกลายเป็นงานวิ่งประเพณีที่ยาวนานที่สุดในโลก จัดต่อเนื่องกันมาทุกปี ปัจจุบันเมืองต่างๆ ทั่วโลกนิยมจัดให้มีการวิ่งมาราธอนประเพณีประจำเมืองของตนมากกว่า 400 สนามในกว่า 110 ประเทศ เช่น นิวยอร์คมาราธอน ลอนดอนมาราธอน เบอร์ลินมาราธอน และมาราธอนในญี่ปุ่น ซึ่งในแต่ละปีในเมืองใหญ่ๆ จะมีนักวิ่งมาราธอนเข้าร่วมแข่งขันจำนวนมากถึง 30,000 – 40,000 คนทีเดียว กล่าวได้ว่าในประเทศที่เจริญแล้วนั้นได้เห็นประโยชน์จากการวิ่ง การจัดให้มีงานวิ่งประเพณีของเมืองต่างๆนั้นเป็นยุทธศาสตร์อย่างหนึ่งที่จะช่วยสร้างสรรค์ให้สังคมดีมีประชาชนให้ความสนใจต่อการออกกำลังกายอย่างยั่งยืนถาวร คนติดวิ่งแล้วจะไม่ยอมเลิกรา หากไม่เชื่อคุณลองไปสนทนาเรื่องนี้กับคนที่เขาวิ่ง อยู่เป็นประจำ แล้วคุณจะรู้สึกได้ว่าตัวคุณเองมิอาจจะปฏิเสธการวิ่งต่อไปได้อีกแล้ว การที่เมืองใดสามารถจัดให้มีงานวิ่งมาราธอนประเพณีได้อย่างสม่ำเสมอและก้าวหน้าพัฒนาให้ยิ่งใหญ่จนเป็นที่ยอมรับของชาวเมืองและชาวโลกได้ ก็กล่าวได้ว่าเป็นความสำเร็จในการบริหารบ้านเมือง ด้านสาธารณสุขได้อีกทางหนึ่งเช่นกัน การที่เราจัดให้มี “กรุงเทพมาราธอน” เป็นงานวิ่งที่ยิ่งใหญ่ของประเทศไทยก็เพราะด้วยเหตุผลดังกล่าวมาแล้วข้างต้น เป็นประเด็นสำคัญ

การที่จะประสบความสำเร็จจากการวิ่งได้นั้นมีข้อคิดที่เห็นสมควรแนะนำอยู่เพียง
๔ ประการหลักเท่านั้น.

Play Video

AWARD

รางวัล ของผู้ชนะในแต่ละประเภท

รางวัลผู้ชนะในประเภทมาราธอน (42.195 กม.) ถ้วยรางวัลพระราชทาน พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

ถ้วยรางวัลพระราชทานพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

เงินรางวัลสำหรับผู้ชนะเลิศ (Over All)

สำหรับนักวิ่งนานาชาติ จะได้รับเงินรางวัล 60,000 บาท (ผู้ชนะเลิศจะไม่ได้รับเงินรางวัลในกลุ่มอายุอีก)

รายละเอียดเพิ่มเติม

  • อันดับ 1 จำนวน 50,000 บาท
  • อันดับ 2 จำนวน 30,000 บาท
  • อันดับ 3 จำนวน 20,000 บาท
  • อันดับ 4 จำนวน 10,000 บาท
  • อันดับ 5 จำนวน 5,000 บาท

 

สำหรับผู้ที่สามารถทำลายสถิติประจำสนามแข่งแห่งนี้ได้สำเร็จ
ชาย เวลา 2:16:10 ชม. (2553)
หญิง เวลา 2:41:37 ชม. (2554)
จะได้รับเงินรางวัล คนละ 100,000 บาท ทุกคน

สำหรับผู้ที่สามารถทำลายสถิติดังต่อไปนี้ได้สำเร็จ
ชาย เวลา 2:25:00 ชม. (ปึ2553)
หญิง เวลา 2:50:00 ชม. (ปี2554)
จะได้รับเงินรางวัล คนละ 100,000 บาท ทุกคน

เฉพาะนักวิ่งมาราธอนที่สามารถวิ่งได้ครบระยะทาง 42.195 กม. (ภายในเวลา 6 ชั่วโมง) จะได้รับเสื้อ “Finisher” 1 ตัว ณ จุดสิ้นสุดการแข่งขัน

รางวัลผู้ชนะในประเภทฮาล์ฟมาราธอน

เฉพาะผู้ชนะแข่งขันอันดับที่ 1-5 ในกลุ่มที่แบ่งตามอายุ จะได้รับถ้วยเกียรติยศ

 

ผู้ชนะแข่งขัน อันดับที่ 1-5 ในแต่ละกลุ่มข้างต้น จะได้รับเงินรางวัล คือ จำนวน 15,000 บาท, 10,000 บาท 7,000, 5,000 บาท และ 3,000 บาทตามลำดับ

 

สำหรับผู้ที่สามารถทำลายสถิติประจำสนามแข่งแห่งนี้ได้สำเร็จ
ชาย เวลา 1:06:45 ชม. (2555)
หญิง เวลา 1:21.05 ชม. (2555)
จะได้รับเงินรางวัล คนละ 30,000 บาท ทุกคน

สำหรับผู้ที่สามารถทำลายสถิติดังต่อไปนี้ได้สำเร็จ
ชาย เวลา 2:25:00 ชม. (ปึ2553)
หญิง เวลา 2:50:00 ชม. (ปี2554)
จะได้รับเงินรางวัล คนละ 100,000 บาท ทุกคน

รางวัลสำหรับผู้ชนะประเภทมินิมาราธอน

เฉพาะผู้ชนะแข่งขันอันดับที่ 1-5 ในกลุ่มที่แบ่งตามอายุ จะได้รับถ้วยเกียรติยศ

 

เฉพาะกลุ่มเยาวชนนานาชาติ 12-19 ปี ที่ชนะอันดับที่ 1-5 จะได้รับเงินรางวัลอีกจำนวนหนึ่ง คือ 15,000 บาท, 10,000 บาท, 7,000 บาท, 5,000 บาท และ 3,000 บาทตามลำดับ

รางวัลสำหรับผู้ชนะประเภทมินิมาราธอน

เฉพาะผู้แข่งขันในประเภทมาราธอน, ฮาล์ฟมาราธอน , มินิมาราธอนและไมโครมาราธอน ท่านสามารถดูผลการแข่งขัน และสามารถดาวน์โหลดใบประกาศนียบัตรได้ที่

รางวัลและของที่ระลึก